Home  Knowledge  Webboard  Contact Us  E-mail : info@teerak-studio.com |

  อาหารไทยที่ไม่ควรมีในงานแต่งงาน
  รูปแบบการจัดเลี้ยง
  ขนมมงคล 9 อย่าง
  เตรียมตัวไปฮันนีมูน
  รูปแบบขอบคอเสื้อเจ้าสาว
  การเลือกแขนเสื้อและเส้นเอวชุดเจ้าสาวให้เหมาะสม
  พิธีแต่งงานแบบชาวคริสต์
  ชุดเจ้าบ่าว...สำเร็จรูป
  ชุดเจ้าสาวหุ่น Plus size
  เตรียมงบประมาณงานแต่งงาน
  การจัดพิธีหมั้น ให้ถูกประเพณีไทย
  การเลือกวงดนตรีในงานแต่งงาน
  การเลือกชุดแต่งงาน
  10 ขั้นตอนหลักตามแบบพิธีจีน
  Step by Step กับงานแต่งงาน
  ความเครียดในชีวิตคู่
  เตรียมตัวแต่งงานอย่างมีธีม
  เครื่องประดับสำหรับเจ้าบ่าว
  10 สิ่งสำคัญพิธีแบบไทย
 

 การจัดพิธีหมั้น ให้ถูกประเพณีไทย

พิธีหมั้น
       เมื่อได้ฤกษ์ยามวันมงคลแล้ว ต่อไปก็จะต้องเตรียมพิธีการหมั้นและพิธีมงคลแต่งงานกันต่อไป พิธีหมั้นนั้นเปรียบเหมือนการตีตราหรือการจับจองกันและกัน ก่อนที่จะจูงมือเข้าสู่พิธีวิวาห์ การหมั้นก็คล้ายธรรมเนียม อยู่ก่อนแต่ง ของฝรั่ง ซึ่งจุดประสงค์ก็อยู่ที่การเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้ศึกษาอุปนิสัยใจคอกันมากขึ้น รู้จักเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีต่อชีวิตคู่ในอนาคต พิธีหมั้นอาจจัดควบคู่กับพิธีสู่ขอหรืออาจจัดในช่วงเช้าของวันแต่งงานเลยก็ได้ แต่พิธีหมั้นที่นิยมก็คือการหมั้นแล้วแต่งเลยในวันเดียวกัน เพราะถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการเตรียมงานคู่กันไป


การเตรียมพิธีการหมั้น
        ในธรรมเนียมการหมั้นนั้น เท่ากับเป็นการวางมัดจำไว้ว่า หญิงที่ถูกหมั้นหมายแล้วจะไปชอบพอกับใครไม่ได้อีก หรือผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะยกให้ใครอีกไม่ได้เด็ดขาด

        การแต่งงานของลูกสาวมักถือเป็นงานออกหน้าออกตาใหญ่โต ฝ่ายหญิงจึงพยายามเรียกร้องของหมั้นที่มีราคาแพง โดยมักจะเรียกเป็น “ทองคำ” และเรียกเป็นน้ำหนัก เลยทำให้เป็นคำติดปากมาจนทุกวันนี้ ว่า “ทองหมั้น” ซึ่งตามประเพณีถือเป็นของที่เจ้าสาวจะนำไปเป็น เครื่องแต่งตัวในวันแต่งงานนั่นเอง

        ส่วนสินสอดนั้น คือ เงินสินสอดและผ้าไหว้ที่ทางฝ่ายหญิงเป็นผู้กำหนดซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อแม่ แต่มักจะเรียกกันเป็นพิธีตามโบราณคือไม่เกิน 40 บาท เป็นค่าน้ำนม ถ้าเกินกว่านั้นจะถือเป็นการขายลูกสาว ทั้งสินสอดและทองหมั้นจะต้องใส่พานห่อไว้รวมกันเรียกว่า ขันหมากหมั้น

         อีกหนึ่งในความสนุกในขบวนขันหมากนั้นอยู่ที่ การกั้นประตูเงินประตูทองของทางฝ่ายหญิง ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นลูกหลานของฝ่ายหญิง โดยนำเอาเข็มขัดหรือสร้อยเงินมากั้นขบวนไว้ไม่ให้ผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ เถ้าแก่ฝ่ายชายจะต้องควักห่อเงินที่เตรียมไว้ให้เป็นรางวัลก่อนจึงจะผ่านได้ โดยประตูท้ายๆ มักจะใช้ทองหรือเพชรกั้น ค่าผ่านทางจึงต้องเพิ่มสูงตามลำดับขั้นตอนตรงนี้อาจมีการหยอกล้อระหว่างญาติฝ่ายหญิงและขบวนของฝ่ายชาย สร้างความครึกครื้นเป็นยิ่งนัก 


การเตรียมขันหมาก
        ขันหมากเป็นสิ่งจำเป็นในพิธีการแต่งงาน ซึ่งฝ่ายชายจะต้องเตรียมมาโดยจัดเป็นขบวนแห่มาบ้านฝ่ายหญิงในวันพิธีที่จัดงานในช่วงเช้า แล้วแต่ฤกษ์จะเป็นเวลาใด หรืออาจจะใช้ฤกษ์สะดวก ซึ่งปัจจุบันจะไม่เคร่งครัดนัก ขันหมากที่ฝ่ายชายจะเตรียมมาแห่ขันหมากนั้น ประกอบไปด้วยสิ่งต่อไปนี้


ขันหมากเอก
        จะจัดเป็นขันเดี่ยวหรือขันคู่แล้วแต่ประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่นส่วนใหญ่จะมีขันใส่หมากพลู ขันใส่เงินทองหรือสินสอด และขันใส่สิ่งของอันเป็นมงคล เช่น ถั่ว งา ข้าวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ฯลฯ ส่วนใหญ่จะดูความหมายที่เป็นมงคล และนิยมจัดเป็นคู่ จะทำให้ดูสวยงามและเป็นมงคลโดยถือเคล็ดจากคำว่า “คู่” นั่นเอง

ขันหมากโท
        ได้แก่ พวกของที่ใช้เป็นอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่น ได้แก่ ต้นกล้วย ต้นอ้อย หมู ไก่ เหล้า มะพร้าว ขนมต้มขาว ขนมต้มแดงและยังมีขนมนานาชนิด เป็นจำนวน 10 คู่ขึ้นไป เช่น ขนมเปียก ขนมกวน กาละเม ข้าวเหนียวแดง ฯลฯ แต่ละถาดต้องมีกระดาษสีแดงแผ่นเล็ก ๆ วางปะหน้าไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลขณะที่แห่ขบวนขันหมาก จะมีการโห่ร้องไชโย ขบวนขันหมากต้องหยุดอยู่นอกรั้วบ้าน มีการกั้นประตูทางเข้าบ้าน เจ้าบ่าวต้องเตรียมซองค่าผ่านทาง มีการต่อรองราคาค่าผ่านประตู จะเรียกค่าผ่านทางเท่าไรก็แล้วแต่ตกลงกัน เมื่อขบวนขันหมากเข้าบ้าน จากนั้นต้องนำต้นกล้วยและต้นอ้อยไปปลูก พร้อมทั้งพูดเป็นเคล็ดว่า นำกล้วยอ้อยมาปลูกให้ และรดน้ำให้อย่างดี จะได้มีลูกดกมากมาย ในการนี้ ผู้ปลูกจะขอรางวัลจากเจ้าภาพ เช่น เหล้า เป็นต้นๆ แต่ประเพณีบางแห่งก็จะไม่เอาอาหารซึ่งอาจจะเป็นหมูสามชั้น และขนมที่ใช้ในงานแต่งงาน เพราะเอาความสะดวกจะไม่ค่อยเคร่งนัก แต่ที่ขาดไม่ได้คือเหล้า ต้นกล้วย และต้นอ้อย

        ในวันแต่ง เจ้าบ่าว และเพื่อนพร้อมขบวนขันหมากจะไปถึงบ้านเจ้าสาว เมื่อไปถึงจะพบกับการกั้นประตูตามประเพณี โดยฝ่ายหญิงจะจัดญาติ ลูกหลาน หรือเพื่อนเจ้าสาว มากั้นเป็นด่านประตู 4 ด่าน มีประตูเงิน ประตูทองอย่างละคู่ หรือจะใช้เพียง 2 ประตูก็ได้ โดยใช้เข็มขัดเงินและสายสร้อยทองคำกั้น จะมีผู้กล่าวนำซักถามกันตามประเพณี จึงจะปล่อยเจ้าบ่าว และขบวนขันหมากให้ผ่านด่านประตูเข้าไป สุดท้ายก่อนจะเข้าไปในบ้านหรือขึ้นบันไดบ้านก็จะมีเด็ก 2 คนที่ฝ่ายหญิงจัดไว้ให้พรมน้ำที่เท้าเจ้าบ่าว แล้วเจ้าบ่าวจะต้องจ่ายเงินให้ด่านประตูทุกด่านจนกระทั่งถึงการพรมน้ำที่เท้าเป็นอันเสร็จพิธีขบวนการแห่ขันหมาก เมื่อเข้าไปในบ้านเจ้าสาวก็จะมีการรับขันหมากตามประเพณี ฝ่ายเจ้าสาวจะต้องจ่ายให้คนที่อุ้มขันหมากเอกและขันหมากโทด้วย แต่เน้นให้เงินขันหมากเอกมากกว่า

         ตอนเช้าทำบุญเลี้ยงพระ เจ้าบ่าวเจ้าสาวร่วมกันประเคนอาหารถวายพระ เมื่อพระฉันเสร็จและถวายของแล้ว จึงกรวดน้ำร่วมกัน จากนั้นคู่บ่าวสาวจะไหว้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย เพื่อแสดงความคารวะนบนอบต่อบิดามารดาและบรรดาญาติผู้ใหญ่ โดยเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะกราบลงพร้อมกันที่หมอนสามครั้งถ้าผู้รับไหว้เป็นบิดามารดาหรือผู้หลักผู้ใหญ่ แต่หากเป็นญาติคนอื่นๆ ก็จะกราบหนึ่งครั้งโดยไม่ต้องแบมือ จากนั้นจึงส่งพานดอกไม้ ธูปเทียนให้ พ่อแม่ก็จะรับไหว้และให้ศีลให้พรแก่คนทั้งคู่ หลังจากรับไหว้ผู้ใหญ่ก็จะส่งเงินในพานให้บ่าวสาวเพื่อเป็นเงินทุนขั้นตอนนี้ญาติพี่น้องอาจจะสมทบทุนเพิ่มให้ด้วยตามอัธยาศัย ต่อจากนั้นก็ช่วยกันนำถั่วงาและแป้งมาประพรมอวยพร

ขันของหมั้นบรรจุของหมั้นต่างๆ  
          เช่น เงิน ทอง แก้ว แหวน เงินสดค่าสินสอด และตามด้วยพานผ้าไหว้ และของขวัญสำหรับพ่อแม่ฝ่ายหญิง


พิธีรดน้ำ
        ถือเป็นการอวยพรความสุขให้คู่บ่าวสาว โดยพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่จะรดให้เจ้าสาวก่อนแล้วจึงรดให้เจ้าบ่าว หลักจากเสร็จพิธีแล้วหากฝ่ายใดลูกขึ้นยืนก่อนก็จะสามารถอยู่เหนือกว่าคู่ของตนเหมือนดังความเชื่อในเรื่องตักบาตรของบ่าวสาวนั่นเอง

        พิธีรดน้ำจะต้องมีโต๊ะหมู่บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ปกติจะอยู่ทางขวาของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ที่กำหนด คู่บ่าวสาวจะเข้าไปในห้องพิธีพร้อมเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวฝ่ายละ 2 คน จะมีญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายเจ้าสาวนำคู่บ่าวสาวไปจุดเทียนชัย ปักธูปและกราบพระที่โต๊ะหมู่บูชา แล้วญาติผู้ใหญ่ก็จะพาคู่บ่าวสาวไปนั่งบนตั่งที่จัดไว้ วางแขนลงบนหมอน ยื่นมืออกไปพนมตรงขันรองน้ำโดยหญิงนั่งทางซ้าย ชายนั่งทางขวา ก้มศรีษะลงเล็กน้อย เชิญผู้ใหญ่ที่เป็นประธานมาประกอบพิธีรดน้ำ ประธานสวมพวงมาลัยให้คู่บ่าวสาว รับมงคลคู่มาจบเสร็จแล้วสวมที่ศรีษะของคู่บ่าวสาวคนละข้างและรับโถแป้งกระแจ เอานิ้วหัวแม่มือขวาแตะแป้งที่ผสมน้ำหอมและน้ำมนต์ เจิมลงหน้าบ่าวสาวคนละ 1 แต้มหรือ 3 แต้มก็ได้ พร้อมทั้งอวยพร ต่อจากนั้นก็เชิญแขกเข้ารดน้ำตามลำดับ 

        เสร็จจากการรดน้ำสังข์แล้วเจ้าภาพจะปลดมงคลคู่เอง หรือจะเชิญประธานหรือผู้อาวุโสคนใดปลดก็ได้แล้วมอบให้คู่บ่าวสาวเพื่อนำไปเก็บไว้บนหัวเตียงนอนของตน หลังจากเสร็จพิธีรดน้ำสังข์หรือหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพรแล้วก็มีการเลี้ยงฉลองพิธีแต่งงาน สำหรับญาติและแขกที่มาร่วมในงานก็เสร็จพิธี แล้วรอฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว ทั้งนี้ก็จะมีพิธีบ้างเล็กน้อยตามประเพณีของตน เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือพาเจ้าสาวส่งให้แก่เจ้าบ่าว พร้อมกับอบรมเจ้าสาวให้เคารพนับถือยำเกรง ซื่อสัตย์ต่อสามี และอบรมเจ้าบ่าวให้รักใคร่ เลี้ยงดูซื่อสัตย์ต่อภรรยา และปฏิบัติต่อภรรยาอย่างเหมาะสมกับหน้าที่ของสามีที่ดี แล้วเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะกราบผู้ใหญ่ อาจจะมีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายให้โอวาทต่อไป เจ้าบ่าวก็จะกราบพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย ก็เสร็จพิธีทุกคนจะออกจากห้องหอให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่กันตามลำพัง จะได้พักผ่อนเพราะเหนื่อยในงานพิธีมามากแล้ว

        พิธีรดน้ำ อาจจะทำได้หลายกรณีแล้วแต่ความสะดวกและความเหมาะสมของทั้งสองฝ่าย จะทำพิธีรดน้ำในตอนเช้าหลังจากทำพิธีทางศาสนาแล้ว โดยรดเฉพาะญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือจริง ๆ จะมีจำนวนไม่มากนัก หลังจากนั้นก็เลี้ยงฉลองพิธีแต่งงานสำหรับแขกที่มาในงานก็เสร็จพิธี หรือจะทำพิธีรดน้ำในตอนเย็นเพื่อเป็นการให้ความสะดวกแก่แขกที่มาในงาน แล้วจึงฉลองพิธีแต่งงานก็ได้ คู่บ่าวสาวควรจะไปถึงสถานที่ประกอบพิธีก่อนเวลาพอสมควร

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สุพรรณิการ์

แพคเกจพิธีหมั้นครบวงจร   Click!


Copyright © 2007 Teerak International Group Co., Ltd. All Right Reserved.